ตํานานกรีก ดอกไม้

หัวข้อ

ตํานานกรีก ดอกไม้

ตํานานกรีก ดอกไม้ ในฐานะผู้ชื่นชอบตำนานเทพกรีกจับใจ ขอถือโอกาสมาเล่าเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับ “6 เรื่องเล่าจากดอกไม้ในตำนานเทพเจ้ากรีก” ให้น้องๆ ฟังกันค่ะ คิดว่าดอกไม้หลายๆ ดอก น่าจะคุ้นหูหรือเคยผ่านตาน้องๆ นักอ่านแห่งหมวดนักเขียนของเรามาบ้าง ไม่มากก็น้อย ว่าแล้ว พี่ซูมก็ขอเข้าเรื่องเลยดีกว่า มาดูซิว่า มีดอกไม้อะไรบ้างที่น่าสนใจ และมีตำนานที่ตราตรึงใจจนกลายเป็นเรื่องเล่าขานต่อกันมาจนถึงวันนี้

นาร์ซิสซัส หรือ แดฟโฟดิล ตํานานกรีก ดอกไม้

ตำนานที่ 1 : แผนจับคู่อลวนรัก

ตํานานกรีก ดอกไม้ เรื่องนี้คนส่วนใหญ่อาจจะไม่ค่อยคุ้นกันเท่าไหร่ เพราะหน้าตาของ ดอกนาร์ซิสซัส ในเรื่องนี้แตกต่างจากรูปภาพด้านบนค่ะ ลักษณะภายนอกของดอกนาร์ซิสซัสเป็นสีม่วงสดสลับกับสีเงิน เทพซุส เป็นผู้เนรมิตดอกไม้ชนิดนี้ขึ้นมาเพื่อช่วยน้องชายเจ้าแห่งยมโลก ฮาเดส ให้นำไปลักพาตัว เทพีเพอร์เซโฟเน นางในดวงใจ

เมื่อได้ดอกไม้แล้ว ฮาเดสก็วางแผนให้นางในดวงใจของพระองค์เห็นดอกไม้ชนิดนี้เข้า และก็เป็นไปตามแผน ขณะกำลังเก็บดอกไม้อยู่กับเพื่อน ๆ ในหุบเขา เพอร์เซโฟเนก็มองเห็น ดอกนาร์ซิสซัสเข้า และเผลอเดินออกห่างจากกลุ่มเพื่อนไม่รู้ตัว ทันทีที่นางเด็ดดอกไม้ แผ่นดินก็แยกออกจากกัน ราชรถของฮาเดสผุดขึ้นมาจากพื้นโลก อุ้มนางไปอยู่ด้วยกันยังดินแดนใต้พิภพทันที สรุปเป็นอันว่าแผนช่วยน้องชายจับคู่ของเทพซุสสำเร็จไปแบบสวยๆ

ตำนานที่ 2 : ผมหลงรักตนเอง

ตำนานที่ 2 น่าจะเป็นเรื่องราวที่คนได้ยินอยู่บ่อยๆ คือตำนานของพ่อหนุ่มจอมหลงตนเองอย่างหาใครเทียบ นามว่า “นาร์ซิสซัส” เล่ากันว่าชายหนุ่มผู้นี้มีรูปโฉมงดงาม เป็นที่หมายปองของเหล่าสตรี เเต่ด้วยความหล่อเลือกได้ นาร์ซิสซัสไม่เคยมองผู้หญิงคนไหนเลย เเถมยังชอบหักอกสาวเล่นไปวันๆ

ไม่ใช่แค่มนุษย์เท่านั้นที่โดนหักอก แม้แต่นางไม้สุดสวยอย่าง เอคโค่ ที่โดนเทพีเฮราสาป ให้เธอสามารถพูดทวนได้แค่คำสุดท้ายในประโยคของอีกฝ่าย ก็มาตกหลุมรักนาร์ซิสซัสด้วยอีกคน เมื่อเอคโค่ได้พบนาร์ซิสซัสก็ต้องช้ำรัก เพราะเธอทำได้แค่พูดทวนคำสุดท้ายที่ชายหนุ่มพูด เวลาต่อมานาร์ซิสซัสก็ได้รับผลแห่งการกระทำอันน่าหมั่นไส้นี้ เพราะมีหญิงสาวคนหนึ่งที่เคยโดนนาร์ซิสซัสหักอกได้สวดอ้อนวอนเทพเนเมสิสว่า ขอให้คนที่ไม่เคยรักใครอย่างผู้ชายคนนี้รักแต่ตนเองไปซะ!

ไฮยาซินธ์

เรื่องนี้อ่านและอ่านมันจึงเป็นมิตรภาพที่เป็นมิตรดังนั้นคุณจะรู้สึกเปิดกว้าง Hiya Shin เป็นชื่อของชายหนุ่มที่สวยงาม เขาเป็นเพื่อนสนิทกับอพอลโล (มากเกินไป) ในวันที่มีแดดทั้งสองแข่งขันกันบนเครื่อง อพอลโลรีบรีบไปที่เครื่องจักรที่เขาพลาดรีบร้อนและเสียชีวิตจากแขนของเพื่อนที่ดีที่สุดของเขาและเสียชีวิตจากเพื่อนที่ดีที่สุดของเขา ทันใดนั้นเขาก็ทักทายหญ้าเลือดของเขาในขณะที่เขายินดีที่จะแลกเปลี่ยนชีวิตกับเพื่อนคนนี้โดยไม่เสียใจ นอกจากนี้ยังมีดอกไม้ อพอลโลสนับสนุนให้ตัวอักษรกลีบที่น่าเศร้าสูญเสีย แต่ตำนานบางเรื่องบอกว่าอพอลโลมีตัวย่อที่เรียกว่าฮายาซิงนฮินสองตัวอักษรกรีกสองตัว “เศร้า” บางคนบอกว่านี่เป็นโศกนาฏกรรมของอพอลโลพระเจ้ามาเป็นเวลานาน

อย่างไรก็ตามมีความแตกต่างเล็กน้อยในตำนานอื่นโดยบอกว่าคุณสามารถตกหลุมรักกับลมทะเลหรือลมตะวันตก Hisa Cynthia je เป็นลมตาเบลอและเห็นคู่ต่อสู้ใกล้อพอลโลดังนั้นจึงไม่มีความสุขที่ได้เป็น มีความสุขดังนั้นในที่สุดลมก็พัดพาไปที่ Kong Chak ซึ่งถูกปลิวไปโดย Haya Synsel และทั้งสองปลายไม่ดี

อะดอนิส หรือ อเนโมเน่

ตำนานของดอนนิสและดอกไม้ทะเลคือเทพธิดา Afodite ตกหลุมรักลูกทันทีที่เขาพบและเด็กคนนี้จะต้องเป็นของฉัน! อย่างไรก็ตามการประเมินว่าเทพีแห่งความงามจะนั่งในทารกจะลดลง ดังนั้นฉันจึงสามารถออกจาก Perponne ของเทพธิดาเพื่อช่วยยกระดับมันโชคไม่ดีที่ฉันปฏิเสธที่จะกลับไปที่เทพธิดาเมื่อเพอร์เซเฟนตกหลุมรัก ADIs คนอื่นมันเป็นการสนทนาทั้งสองฝ่ายได้รับอนุญาตฉันจะไม่ทำ ในปัญหาซุสต้องมาหานายหน้า การตัดสินใจอยู่ระหว่างฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว Adonis ใช้เวลากับ Underworld Queen และดูเหมือนว่าจะเป็นการตัดสินใจที่ยุติธรรมที่สุดกับเทพีแห่งความรักในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน

เมื่อเวลาผ่านไป ADIs หนุ่มกำลังตามล่าอย่างมาก เทพธิดา Aphrodite ได้อนุมัติอะไร เธอมักจะขึ้นรถถังที่ถูกลากโดยหงส์ เกือบทุกครั้งที่ฉันบินไปดูการล่าสัตว์ของเด็กหนุ่ม น่าเสียดายที่ถ้าเธอไม่ได้ไปกับเธอ Adis ก็ไล่ล่าหมูป่าบ้า เทพธิดาที่ขับรถถังบนโลกที่พลาดเขี้ยวหมูป่าจนกระทั่งเลือดอาบน้ำได้ยินความเจ็บปวดของอโดนิส ดังนั้นฉันจึงสามารถกลิ้งลงมาและพบได้ทันที แต่ก็ยังสายเกินไปที่จะไหลผ่านเลือดสีเข้มตลอดทั้งหิมะ เด็กชายไม่ได้จูบ อีกครั้งเขาเสียชีวิตในหน้าอกของเทพธิดา Afodite รวมถึงการเต้นรำจากเทพีแห่งความงาม เลือดของเขาที่ตกลงมาบนหิมะกลายเป็นดอกไม้สีแดงที่บุปผาเป็น “adonis” หรือ “ดอกไม้ทะเล”

พีโอนี่ / โบตั๋น

ปกติเวลาพูดถึงดอกพีโอนี่ หรือโบตั๋น เรามักจะคุ้นกับชื่อเรียกทางเอเชียมากกว่า โดยเฉพาะในภาพลักษณ์แบบจีนจากเรื่องตำนานรักดอกเหมย (พอยกตัวอย่างก็จะรู้อายุกันเลยทีเดียว><) แต่ใช่ว่าในตำนานเรื่องเล่าของกรีกจะไม่มีนะคะ ชื่อของดอกพีโอนี่ มาจากเทพชื่อพีออน เป็นเทพเจ้าฝึกหัดเกี่ยวกับการรักษา เขาเป็นลูกศิษย์ของเลโต เเต่บางตำนานก็ว่าเขาเป็นลูกศิษย์ของเทพเจ้าอัสเคิลพิอุส แต่ที่พี่ซูมได้อ่านมานั้น เทพพีออนมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด เขาเป็นผู้รู้จักต้นกำเนิดของเวทมนตร์บนภูเขาโอลิมปัสซึ่งสามารถช่วยลดความเจ็บปวดของมารดาที่คลอดบุตรได้ด้วย

ทว่าพอเรื่องของเทพพีออน รู้ไปถึงหูอัสเคิลพิอุส ก็เกิดความไม่พอใจเนื่องด้วยตนเองเป็นเทพเกี่ยวกับการแพทย์อยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นการที่เทพพีออนทำแบบนี้ มันข้ามหน้าข้ามตาชัด ๆ อัสเคิลพิอุสจึงขู่จะฆ่าเทพพีออนทันที เลโตซึ่งตอนนั้นได้เป็นเทพเจ้าแห่งความยุติธรรม คิดว่าไม่ควรมีผู้บริสุทธ์ต้องได้รับผลจากสิ่งที่ตนไม่ได้ก่อ จึงไปถามเทพซุสว่ามีวิธีใดจะช่วยเทพพีออนจากความโกรธของอัสเคิลพิอุสได้บ้าง ซึ่งเทพซุสผู้ทรงปัญญาได้แก้ปัญหาโดยการเปลี่ยนเทพพีออนเป็นดอกไม้หน้าตาน่ารักตามชื่อของเขานั่นเอง

ทานตะวัน

ถ้านึกถึงประโยคนี้ “รักสามเศร้าเราสามคน” ต้องมอบมงให้ดอกทานตะวันไปเลยค่ะ ช้ำไม่หยุดฉุดไม่อยู่จนวินาทีสุดท้ายจริง ๆ เรื่องนี้มันก็มีอยู่ว่า นางไคลธีหลงรักสุริยเทพเฮลิออสถึงขั้นยอมศิโรราบทุกอย่าง จงรักภักดีแต่เขาผู้เดียว กระนั้นก็ช่างโชคร้ายที่ความรักครั้งนี้เป็นรักข้างเดียว เฮลิออสไม่ได้สนใจไคลธีเลย ตรงข้ามเขากลับสนใจน้องสาวของนางไคลธีคือ ลูโคเทีย มากกว่า ถึงขั้นยอมลงทุนปลอมเป็นมารดาของนางเข้าไปร่วมหลับนอนในห้องทีเดียว ด้วยความเจ็บใจจากเหตุการณ์นั้นนางจึงรีบวิ่งไปฟ้องบิดาคือ กษัตริย์ออร์คาร์มัส ทันที เรื่องงามหน้าบัดสีเช่นนี้ปล่อยไว้ในราชสำนักไม่ได้ นางลูโคเทียจึงถูกจับฝังทั้งเป็นตามคำสั่งของผู้เป็นบิดา

ส่วนเฮลิออสเมื่อไร้นางลูโคเทีย ก็ใช่ว่าเขาจะเปลี่ยนใจมามองนางไคลธีนะคะ ตอนนี้เขากลับเกลียดนางมากในขนาดที่หน้าก็ยังไม่มอง ฝ่ายนางไคลธีก็เสียใจคร่ำครวญถึงเทพเฮลิออสสุดที่รักตากแดดตากลม ไปอีก 9 วัน 9 คืน บนก้อนหิน โดยปราศจากน้ำและอาหาร ท้ายที่สุดนางก็ตรอมใจตายอยู่ตรงนั้น กลายเป็นดอกทานตะวันที่ซื่อสัตย์มั่นคงในความรัก เพราะ เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นฉันใด ดอกทานตะวันสีเหลืองสดสวยจะหันหน้าเข้าหาพระอาทิตย์ฉันนั้นเสมอ

เฮลลิบอร์

สำหรับดอกเฮลลิบอร์เป็นดอกไม้ที่มีตำนานแปลกไปจากดอกไม้ชนิดอื่นๆ ขนาดพี่ซูมเองก็เพิ่งมารู้จักตอนที่เขียนบทความนี่แหละค่ะ เเละเพราะมันมีความแปลกนั่นเองพี่ซูมจึงอยากหยิบมาเล่าให้ฟัง กล่าวกันว่าต้นเฮลลิบอร์เป็นต้นไม้ที่มีสรรพคุณทางการแพทย์ที่หลากหลาย ครั้งหนึ่งมันเคยถูกใช้รักษาอาการบ้าคลั่งของธิดาแห่งกษัตริย์อาร์กอสอีกด้วย โดยอาการบ้าคลั่งดังกล่าวเกิดจากคำสาปของเทพไดโอนีซุสผู้เป็นเทพเจ้าไวน์จอมขี้เมา มาทำให้ผู้หญิงในเมืองอาร์กอสต่างเปลือยกาย ร้องไห้ กรีดร้องโวยวาย สติแตกและวิ่งพล่านไปทั่วถนน

โชคดีที่มีนักสีไวโอลินผู้สามารถคุยกับเหล่าสรรพสัตว์ชื่อ เมลัมปุส จากไพลอส ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับต้นเฮลลิบอร์ มาช่วยรักษาอาการป่วยเสียสติของผู้หญิงเหล่านี้ให้หายเป็นปลิดทิ้ง ทุกอย่างจึงได้จบลงอย่างงดงาม ไม่มีเหตุการณ์ประหลาดมากกว่านี้อีกค่ะ